ในช่วงยุคปี 60 นักประสาทวิทยาจอห์น ลิลลี่ และนักดาราศาสตร์แฟรงก์ เดรกได้ร่วมมือกันขอทุนทำการวิจัยเกี่ยวกับการสื่อสารระหว่างคนและปลาโลมา

พวกเขาได้รับทุนจากนาซา สร้างห้องปฏิบัติการในการทดลอง และว่าจ้าง “มาร์กาเร็ต โฮว์ โลแว็ตต์” หญิงสาววัย 23 ปีมาเป็นคนฝึกสอนโลมา

 

 

มาร์กาเร็ตได้รับมอบหมายให้ฝึกฝนโลมาตัวผู้ชื่อ “ปีเตอร์” ในการทำเสียงเลียนแบบมนุษย์ ซึ่งแม้ว่าจะดูเป็นเรื่องธรรมดาๆ ในการทำงานวิจัย แต่ในเวลานั้นคงไม่มีใครทราบหรอกว่าหลังจากนี้ความสัมพันธ์และระหว่างปีเตอร์และมาร์กาเร็ตจะเปลี่ยนไปเช่นไร

ด้วยความที่โลมาเป็นสัตว์ที่มีความต้องการทางเพศค่อนข้างมากอยู่แล้วทำให้บ่อยครั้ง ปีเตอร์ก็พยายามที่จะลูบตัวของมันกับมาร์กาเร็ตอยู่บ่อยๆ จนมาร์กาเร็ตต้องส่งมันกลับไปหาโลมาตัวเมียหลายครั้งต่อสัปดาห์ ทำให้การฝึกออกมาไม่ดีเท่าที่ควร

 

 

จนกระทั่งในที่สุดมาร์กาเร็ตก็เริ่มเบื่อที่จะส่งโลมาไปมา ดังนั้นเธอจึงเริ่มเติมเต็มความต้องการให้กับปีเตอร์ด้วยตัวของเธอเอง

ระดับความสัมพันธ์ทางเพศของทั้งสองถูกรายงานแตกต่างกันไป อย่างไรก็ตามอ้างอิงจากบทสัมภาษณ์ของตัวมาร์กาเร็ต อย่างน้อยๆ เธอก็มีการ “ช่วยเหลือ” ปีเตอร์ในการสำเร็จความใคร่ในช่วงเวลานี้

 

 

น่าเสียดายที่การวิจัยในครั้งนี้ต้องปิดตัวลงเร็วกว่าที่ควรจะเป็น เนื่องจากผู้สนับสนุนหลายรายถอนทุนออกไปด้วยเหตุผลทางภาพลักษณ์ (เป็นไปได้ว่าอาจจะมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ว่าในการวิจัยมีการใช้ยา LSD ที่มีฤทธิ์หลอนประสาทกับสัตว์)

การปิดตัวลงนี้ทำให้ปีเตอร์ต้องแยกจากมาร์กาเร็ตและย้ายไปอยู่ที่ห้องทดลองในไมอามี่ ซึ่งจากคำบอกเล่าของผู้เกี่ยวข้องในการวิจัย ปีเตอร์มีอาการโศกเศร้ามากจนถึงขนาดที่มันฆ่าตัวตายเลย

นั่นเพราะปลาโลมาไม่ได้มีระบบการหายใจแบบอัตโนมัติเช่นคน ดังนั้นหากมันไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป สิ่งที่พวกมันต้องทำก็เพียงแค่จมลงสู่ท้องทะเลเท่านั้น

 

 

มาร์กาเร็ตเก็บเรื่องราวของเธอและปีเตอร์ไว้กับเจ้าตัวเองเรื่อยมาเกือบ 50 ปี (ถึงแม้ว่าจะมีข่าวเกี่ยวกับเธอออกมาเป็นช่วงๆ ก็ตาม) และแม้ว่าอาจจะฟังดูเหมือนเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดอยู่บ้าง แต่ก็เป็นเรื่องราวที่แปลกมากๆ เรื่องหนึ่งของโลกอยู่ดี

 

ที่มา allthatsinterestingtheguardian